• July 1, 2022

ธ.ก.ส.หนี้เสียพุ่ง 6.63% เกษตรกรโดนผลกระทบโควิด-ภัยธรรมชาติ

ธ.ก.ส. ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.ชี้ปีบัญชี’64 หนี้เสียพุ่ง 6.63% หลังเกษตรกรโดนผบกระทบโควิด-ภัยธรรมชาติ ปล่อยสินเชื่อได้น้อยลง ทั้งปีทำได้เพียง 3.5 หมื่นล้านบาท คาดปีบัญชี’65 ลุยบริหารหนี้เสียให้เหลือ 4.5%

วันที่ 7 เมษายน 2565 นายธนารัตน์ งามวลัยรัตน์ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ในปีบัญชี 2564 ที่สิ้นสุดลงในวันที่ 31 มี.ค.ที่ผ่านมา ธนาคารมีหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) 9.2 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็น 6.63% ของสินเชื่อรวม เพิ่มขึ้นจากปีบัญชี 2563 ที่มีหนี้เสียอยู่ที่ 3.7% ของสินเชื่อรวม โดยเป็นผลมาจากในปี 2564 การแพร่ระบาดโควิดยังอยู่ในระดับสูงกระทบรายได้ของเกษตรกร และปัญหาภัยธรรมชาติจากน้ำท่วมในช่วงกลางปี ขณะเดียวกัน เกษตรกรยังมีภาระต้นทุนที่สูงขึ้น ทำให้กระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้

“ในปีบัญชี 2653 เป็นช่วงที่เราพักหนี้ให้เกษตรกรทั้งระบบ จากนั้นมาตรการดังกล่าวได้สิ้นสุดลงในสิ้นเดือน เม.ย. แต่ในช่วงนั้นก็ประสบปัญหาโควิดระบาด ปัญหาภัยธรรมชาติ และต้นทุนการผลิต ทำให้กระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้ ทำให้หนี้เสียเราเพิ่มขึ้น ซึ่งยอมรับว่า หนี้เสียดังกล่าว เป็นตัวเลขที่น่ากังวล เพราะเพิ่มขึ้นสูงมากเป็นครั้งแรกเมื่อเทียบกับหลายปีที่ผ่านมา แม้ว่าธนาคารจะได้ออกมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ไปบ้างแล้ว อย่างไรก็ดี ในปีบัญชี 2565 นี้ ได้ตั้งเป้าหมายที่จะบริหารจัดการให้หนี้เสียปรับลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 4.5% ของสินเชื่อรวม”

ขณะที่การปล่อยสินเชื่อในปีบัญชี 2564 ของธนาคารยังอยู่ในระดับที่ไม่สูงนัก ปล่อยได้เพียง 3.5 หมื่นล้านบาท ทำให้หนี้เสียต่อสินเชื่อรวมอยู่ในระดับที่เพิ่มสูงขึ้นด้วย โดยยอดสินเชื่อปล่อยใหม่ที่ปล่อยได้ไม่มากนั้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะมาตรการช่วยเหลือของภาครัฐที่มีเข้ามามาก เช่น โครงการประกันรายได้ที่มีวงเงินถึง 4.5 หมื่นล้านบาท โครงการอุดหนุนเกษตรกรไร่ละ 1 พันบาท วงเงิน 4.8 หมื่นล้านบาท รวมแล้วประมาณกว่า 9 หมื่นล้านบาท ทำให้เกษตรกรไม่จำเป็นต้องพึ่งพาสินเชื่อกับธนาคาร

ทั้งนี้ ภาพรวมผลประกอบการของธนาคาร ในปีบัญชี 2564 มีสินทรัพย์รวม 2.23 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.75% สินเชื่อคงค้าง 1.6 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.26% หนี้สิน 2.08 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.03% รายได้ 9.7 หมื่นล้านบาท ลดลง 4.98% ค่าใช้จ่าย 9 หมื่นล้านบาท ลดลง 4.79% ส่งผลให้มีกำไรสุทธิ 7,300 ล้านบาท ลดลงจากปีบัญชีก่อนที่มีกำไร 7,900 ล้านบาท ส่วนเป้าหมายดำเนินงานในปีบัญชี 2565 ตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ในระดับเท่ากับปีบัญชี 2564 หรือ 3.5 หมื่นล้านบาท

อ้างอิง
https://www.prachachat.net/finance